ReadyPlanet.com
dot dot
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์                                     



“มนัส โกศล” ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) วิเคราะห์แจกแจงวิธีปลดล็อค 13 โรคยกเว้นที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิประกันสังคม

 “มนัส โกศล” ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) วิเคราะห์แจกแจงวิธีปลดล็อค 13 โรคยกเว้นที่ไม่สามารถเบิกตามสิทธิประกันสังคม

            กลุ่มที่ควรปรับปรุงให้สิทธิประโยชน์เพิ่มมี 9 ข้อ ได้แก่ “1 โรคหรือการประสบอันตรายอันเนื่องจากการใช้สารเสพเสพติด” เนื่องจากสังคมไทยควรให้โอกาสผู้หลงผิดเข้าสู่วงจรยาเสพติด เช่นถ้ามีคนเสพยาบ้าแล้วไปขับรถเกิดอุบัติเหต ควรจ่ายค่าเยียวยารักษาตามสิทธิที่เขาควรได้รับในฐานะเป็นสมาชิกผู้ประกันตน  เพราะการติดยาเสพติดเกิดจากหลายสาเหตุ อาจถูกหลอกหรือถูกมอมเมาก็เป็นได้
            “2  กรณีรักษาโรคไตวาย” ปัจจุบันจ่ายให้เฉพาะกรณีโรคไตวายระยะสุดท้าย เช่น ฟอกเลือด ล้างช่องท้อง หรือปลูกถ่ายไตตามเงื่อนไขที่กำหนด ตามหลักการแล้วควรรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่ควรต้องรอถึงระยะสุดท้ายจึงช่วยเหลือ  ต้องปลดล็อคตรงนี้และควรสนับสนุนให้ตรวจสุขภาพไตทุกปีด้วย
             “3 เรื่องการรักษาภาวะมีบุตรยาก และ 4 การผสมเทียม”  สามารถรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ และสปส.ควรสนับสนุน เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมคนชรา รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบาย “เพิ่มประชากร” หากใครมีลูกยากแล้วอยากมีควรสนับสนุนอย่างเต็มที่
             “5  การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และ 6 การตรวจเนื้อเยื่อเพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ” ควรให้แพทย์พิจารณาตามความเป็นจริงว่ามีความจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือไม่ การห้ามไม่ให้เบิกจ่าย อาจทำให้การรักษาผู้ป่วยทำได้ไม่เต็มที่ ควรศึกษาเพิ่มเติมว่าสิทธิของบัตรทองเป็นอย่างไร เพื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดต่าง ๆ
            “7 ทันตกรรม” ไม่ควรมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ประกันตนต้องมีสิทธิได้รับค่าบริการทำฟันทุกอย่างเท่าที่จ่ายจริง เพราะตอนนี้เบิกได้ไม่เกิน 900 บาทต่อปี การที่ไม่ให้เบิกค่าทำฟันตามความจำเป็น อาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้ในอนาคต เช่น กรณีของผู้ป่วยฟันผุแล้วไม่รักษา ทำให้อาการเรื้อรังจนอาจกลายเป็นสาเหตของโรคมะเร็งในช่องปาก
           “8 การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น” สปส.ควรจัดให้มีศูนย์บำบัดหรือพักฟื้นของตนเอง เพื่อรองรับผู้ป่วยทุพพลภาพ เพราะตามกฎหมายใหม่หากร่างกายทุพพลภาพเกินร้อยละ 35 -50  สามารถเบิกค่ารักษาตัวแบบพักฟื้นได้ และ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน ระยะเวลาไม่เกิน 180 เดือน ถ้าสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายเกินร้อยละ 50 ได้เงินทดแทนกขาดรายได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างตลอดชีวิต
          “9 การตรวจใดๆ ที่เกินกว่าความจำเป็นในการรักษาโรค”  ข้อนี้ควรเอาออกเพราะการรักษาต้องเป็นไปตามที่แพทย์วินิจฉัย ถ้าหมออยากให้ “ฉายแสง” “เอ็กซเรย์” ”ฉีดสี” ฯลฯ ก็ควรให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจอย่างเต็มที่ ไม่ควรเปิดช่องให้ไปพิจารณาว่าเกินความจำเป็นในการรักษาโรคหรือไม่ เพราะหมออาจไม่กล้ารักษาเต็มที่ เพราะกลัวเบิกจ่ายไม่ได้หรือถูกตำหนิจากผู้บริหารโรงพยาบาล
        “10 แว่นตา” นับเป็นเรื่องประหลาดมากที่ สปส.ไม่ให้คนสายตาสั้นหรือสายตายาวเบิกค่าแว่นตา ทั้งที่คนหูตึงยังอนุญาตให้เบิกค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ช่วยฟังได้ ส่วนบัตรทองมีโปรโมชั่นแจกแว่นตาฟรี เพราะฉะนั้นข้อนี้ควรปลดล็อคให้แพทย์สั่งจ่ายกรอบแว่นตาและเลนส์สายตาได้ตามความเหมาะสม
         ส่วนที่เหลืออีก 3 ข้อนั้น ได้แก่ 1 การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ 2  การเปลี่ยนเพศ และ 3การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าทดลอง นายมนัสแสดงความเห็นว่าอาจยังต้องคงไว้เหมือนเดิม เพราะการกระทำเพื่อความสวยงารและการเปลี่ยนเพศอาจทำให้เงินกองทุนหมดไปอย่างรวดเร็วและไม่ถือว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาเหมือนโรคอื่น ๆ ในอนาคตหากมีเงินกองทุนเพิ่มขึ้นอาจขยายสิทธิส่วนนี้ได้ และการรักษาที่ยังอยู่ในขั้นทดลองก็เห็นด้วยว่าควรยกเว้นต่อไป
นายมนัส โกศล สรุปสาระสำคัญในการจัดเวทีสาธารณะ พ.ร.บ.ประกันสังคม เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 60 ที่กระทรวงแรงงาน article

 นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน


ในปี 2553 มีการรวมตัวของกลุ่มผู้ใช้แ
รงงานเพื่อปฏิรูปประกันสังคมให้เป็นอิสระ มีความคล่องตัวขึ้น มีการยื่นกฎหมายเข้าชื่อของภาคประชาชนจำนวน 14,600 รายชื่อ ในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้นไม่รับหลักการในวาระ 1 แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ยังมีการขับเคลื่อนต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยขับเคลื่อนในนาม “เครือข่ายประกันสังคมคนทำงานหรือคปค.” รวมคนทำงาน 17 องค์กรมาทำงานผลักดันร่วมกัน โดยเห็นว่าควรเน้นการปฏิรูปในบางประเด็นที่สามารถเป็นไปได้ก่อน

ต่อมาภายหลังการเข้ามาบริหา
รประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หยิบยกร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ....มาพิจารณาในฐานะกฎหมายเร่งด่วนใน 38 ฉบับ และตัวผมเองก็ได้เข้าสู่การเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วมด้วย โดยมีพลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นประธานในการพิจารณา จนพบว่ามีการแก้ไขในหลายๆประเด็นที่ดีขึ้นมาก เช่น กรณีทุพพลภาพ , การคลอดบุตร เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหลังจากที่กฎหม
ายประกันสังคมได้ประกาศใช้แล้ว ต้องมีการออกกฎหมายลูกเพื่อมาบังคับใช้ในระดับปฏิบัติการ แต่ก็ยังมีความล่าช้าอยู่
สำหรับในประเด็นที่จะหารือใ
นวันนี้โดยตรง คือ มาตรา 63 (2) และ (7) พบว่า เดิมในร่างรัฐบาลไม่มีเรื่องนี้เลย แต่ในคณะกรรมาธิการฯมีนายแพทย์หลายท่านที่ได้หยิบยกมาหารือว่า ในระบบ สปสช. มีการเยียวยาผู้เสียหายเบื้องต้นจากการรักษาทางการแพทย์ ดังนั้นระบบประกันสังคมควรมีการพิจารณาเรื่องนี้ร่วมด้วย จนสามารถผลักดันออกมาได้

ต่อมาเมื่อมาพิจารณาที่มาตร
า 54 ที่มี 7 กรณี แต่เรื่องส่งเสริมสุขภาพไม่มี ทำให้เพิ่มเรื่องนี้เข้ามาในมาตรา 63 (2) ระบุเรื่อง ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคขึ้นมา

ณ วันนี้มีผู้ประกันตนในมาตรา
 33 ประมาณ 10 ล้านคน มาตรา 39 ประมาณ 1 ล้าน 3 แสนคน มาตรา 40 ประมาณ 2 ล้าน 2 แสน 6 หมื่นคน รวมแล้วประมาณ 14 ล้านคน 

ในประเทศไทยมีระบบกองทุนสุข
ภาพหลายด้าน เช่น กองทุนข้าราชการดูแล 2.5 ล้านคน , กองทุนประกันสังคมที่เกิดการจ่ายเงินสมทบจากลูกจ้างและนายจ้างมาตั้งแต่ปี 2533 , กองทุนหลักประกันสุขภาพหรือสปสช. เกิดปี 2544-2545 ใช้ภาษีประชาชนทั้งหมด ดูแลคนประมาณ 65 ล้านคน (ทั้งนี้ผู้ประกันตน 14 ล้าน ก็อยู่ในส่วนนี้) 

เช่น กรณีความต่างในระบบการคลอดบ
ุตร กรณีประกันสังคมเหมาจ่าย 13,000 บาท ซึ่งจ่ายหลังจากคลอดบุตรแล้ว แต่ระบบ สปสช. ดูแลให้ฟรีตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เป็นต้น นี้คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ทำให้มีความจำเป็นต้องมาหารือกันในเรื่องนี้ให้เกิดความเท่าเทียม โดยเฉพาะหลักการพื้นฐาน

ผมเคยถามหมอบางท่านว่า “ตรวจสุขภาพ” กับ “ส่งเสริมป้องกันโรค” มีความหมายเดียวกันไหม ก็พบว่า คนละความหมายกัน ดังนั้นทำอย่างไรที่เมื่อตร
วจสุขภาพแล้วต้องหากลไกในการส่งเสริมป้องกันโรคต่อไป 

ดังนั้นเจตนารมณ์ของเครือข่
าย คปค. คือ ป้องกัน ส่งเสริม และรักษา ที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันมากกว่าแยกกันดำเนินการ 

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมเ
วทีสาธารณะ 2 ปี พระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ 4/ 2558
การส่งเสริมสุขภาพและป้องกั
นโรค มาตรา 63 (2) ผู้ประกันตนได้อะไร ?
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2560 เวลา 08.30-15.00 น.
ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน

จัดโดย สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแห่ง
ประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน และโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย เพื่อพัฒนานโยบายการสร้างเสริมสุขภาวะและการมีหลักประก
ันทางสังคมสำหรับคนทำงาน (คสปค.)

 

 
สพท. ร่วมกับ คปค. จัดเวทีสาธารณะ 2 ปี พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2558article

เวทีสาธารณะ ๒ ปี พระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ ๔/ ๒๕๕๘ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มาตรา ๖๓ (๒) ผู้ประกันตนได้อะไร ?ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น ๕ กระทรวงแรงงาน จัดโดย สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน และโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย เพื่อพัฒนานโยบายการสร้างเสริมสุขภาวะ และการมีหลักประกันทางสังคมสำหรับคนทำงาน (คสปค.)

 

ช่วยเหลือลูกจ้างบริษัทธนบุรีประกอบรถยนต์ ถูกเลิกจ้าง

 เมื่อวันที่ 2 พค 2560 ลูกจ้างบริษัทธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ประมาณ 40 คน สมาชิกสหภาพแรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ สมาชิกสังกัดสภาฯพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย  ถูกเลิกจ้าง นายภาคภูมิ สุกใส ประธาน สหภาพแรงงานร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือให้สภาฯนายมนัส โกศล ประธานสภาฯ ดำเนินการหาแนวทางเจรจากับนายจ้างให้รับกลับเข้าทำงาน และ บางส่วนให้จ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกเหนือจากกฎหมายกำหนด เนื่องจากลูกจ้างส่วนมากทำงานมานานและได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเลิกจ้างดังกล่าว เป็นการเลิกจ้างแบบกระทันหัน ในส่วนการประกอบรถยนต์ยี่ห้อทาทา มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมา

รวมทั้งเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560 ตัวแทนลูกจ้าง มีการยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือ ต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อหาแนวทาง ช่วยเหลือการถูกเลิกจ้างเช่นกัน

โครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน จังหวัดสมุทรปราการ

 สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการ โครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่่าครองชีพประชาชน จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2560 เวลา 08.30 - 20.00 น. ณ บริเวนสนามฟุตบอลโรงเรียนสันต์เสริมวิทย์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

หน้า 1/39
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39  [ถัดไป]
[Go to top]



dot
เกี่ยวกับ สพท.
dot
bulletประวัติความเป็นมา
bulletวิสัยทัศน์
bulletนโยบาย
bulletคณะกรรมการบริหาร
bulletคณะที่ปรึกษา
bulletเจ้าหน้าที่สภาฯ
dot
ทั่วไป
dot
bulletกฎหมาย
bulletค่าจ้างขั้นต่ำ
bulletกิจกรรมสภาฯ
bulletกิจกรรมสภาพแรงงาน
bulletปรึกษาคดีแรงงาน
bulletถาม - ตอบ
bulletสรุปสาระสำัคัญเปรียบเทียบพรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 กับร่างพรบ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ....(ฉบับผู้ใช้แรงงาน)
bulletข้อเสนอ พ.ร.บ.ประกันสังคม ฯ มาตรา 8


กระทรวงแรงงาน
ฐานเศรษฐกิจ
ข่าวสด
ค้นหา


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย
เลขที่ 25/59 ซ.วิภาวิลล์แมนชั่น ถ.สุขุมวิท
ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270
โทร.02-7552165 โทรสาร 02-7565346 กด 0
Email : ctl_manas@hotmail.com
http://www.ctl.or.th