ReadyPlanet.com
dot dot
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์                                     



การเยียวยาผู้ประกันตน จากพิษโควิด-19 จะดำเนินการได้เต็มรูปแบบหรือไม่

 การเยียวยาผู้ประกันตน จากพิษโควิด-19 จะดำเนินการได้เต็มรูปแบบหรือไม่ ร่วมพูดคุยกับ คุณมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กับประเด็น "หวั่นเสถียรภาพกองทุนประกันสังคม เหตุชดเชยผู้รับผลกระทบโควิด-19" ในรายการ Inside รัฐสภา (16 เม.ย. 63)

#วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อมกัน 14 เครือข่ายทุกภูมิภาค และ AM 1071 KHz

ศูนย์ประสานงานร้องเรียน/ร้องทุกข์ด้านแรงงานarticle

วันที่ 12 เมษายน 2563  คณะกรรมการสภาฯพัฒนาฯ ได้ประชุมหารือปัญหาแรงงานในสถานการณ์โควิค ณ สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย จ.สมุทรปราการ

 

สถานการณ์แย่! นายจ้างแบกรับไม่ไหว หยุดกิจการชั่วคราว หลายแห่งปิดถาวร ลูกจ้างตกงาน

 เผยข้อมูลไตรมาสสุดท้ายปี 62 นายจ้างหันใช้ม.75 ไม่มีออเดอร์ให้ลูกจ้างทำงานที่บ้าน -ได้เงินชดเชย แต่บางแห่งปิดถาวร กระทบลูกจ้างตกงานเพียบ! เตรียมดันแก้อัตราจ่ายเงินว่างงานเพิ่ม

นายมนัส โกศล  ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า สถานการณ์แรงงานไทยไม่ดีขึ้น  เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมามีทั้ง  “เลิกจ้าง”  “เออร์รี่ รีไทร์” และการมาใช้ มาตรา 75  พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551  ในเรื่องให้สิทธินายจ้างหยุดกิจการระหว่างไม่มีคำสั่งซื้อสินค้า แต่ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในระหว่างรอหยุดกิจการชั่วคราวไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ75 ซึ่งกรณีแบบนี้น่าจะพบเห็นเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือ กังวลว่า จะมีการเลิกจ้างในที่สุด เพราะหลายอุตสาหกรรมไม่สามารถอุ้มกิจการให้เดินต่อไปได้
นายมนัส กล่าวว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 บางสถานประกอบการจะใช้มาตรา 75 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้มีการจ่ายชดเชยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 ให้กับลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบว่างงาน บางแห่งใช้นาน 6 เดือน บางแห่งใช้ 2 เดือน และบางแห่งก็ประกาศอย่างเป็นทางการ บางแห่งประกาศเป็นการภายใน ซึ่งถ้าเทียบระหว่างปี 2561 กับปี 2562 ถือว่าปีนี้มีการใช้มาตรา 75 มากกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ 40 อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการใช้มาตรา 75 เพราะต้องการจะรอออเดอร์เข้ามา ถ้าไม่มีก็คือต้องเลิกจ้าง แล้วถ้าไม่มีออเดอร์ต่อก็ปิดกิจการ ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว บางโรงงานแรงงานก็สมัครใจลาออก และได้รับค่าชดเชยมากกว่ากฎหมายกำหนด ตัวเลขว่างงานเลยไม่มีการขยับขึ้น

“จากการติดตามการใช้สิทธิรับเงินชดเชยกรณีว่างงาน พบว่ามีเงินกองทุนที่มีอยู่ประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาท ไม่มีการไหลออกเลย ก็ไม่รู้ทำไมคนว่างงานถึงไม่ไปใช้สิทธิรับเงินทดแทนการว่างงานตรงนี้ กรณีเลิกจ้างจะได้ชดเชยร้อยละ 50 ของเงินเดือนติดต่อกันนาน 6 เดือน ถ้าลาออกจะได้ ร้อยละ 30 นาน 3 เดือน เป็นต้น ดังนั้นตนพยายามตามเรื่องเดิมที่เคยยื่นต่อม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องการจ่ายชดเชยทุกกรณีว่างงานต้องจ่ายให้ร้อยละ 75 ของเงินเดือน เพราะต่อให้คนที่ถูกไล่ออก เขาก็ยังเป็นคนที่ส่งเงินสมทบอยู่ ถ้าให้แค่ร้อยละ 30 เท่ากับว่าเขาไม่ได้ใช้เงินที่เขาสมทบมาเลย” นายมนัส กล่าว

นายมนัส กล่าวอีกว่า  กลุ่มที่มีการใช้มาตรา 75 มากสุดคือกลุ่มยานยนต์ แล้วกรณีสมัครใจลาออกก็เป็นกลุ่มยานยนต์ ส่วนกลุ่มสิ่งทอนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 แล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยตอนนี้เรื่องการปิดกิจการถาวรก็มี แต่ยังไม่เห็นตัวเลขชัดเจน ส่วนสถานการณ์ปี 2563 ตนยังไม่มีตัวเลขในมือ แต่ในเครือสภาพัฒน์ที่ตนดูอยู่นั้นไม่มีการปิดกิจการ แต่กลุ่มอื่นๆ ต้องดูตัวเลขส่วนกลาง เพราะไม่มั่นใจว่าที่มีปัญหาจากสหรัฐอเมริกาตัดจีเอสพีนั้นจะรวนมาถึงปี 2563 หรือไม่ หากรัฐบาลแก้เกมไม่ได้ แต่แน่นอนที่สุดเรามองดูจีนว่าเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย ใหญ่กว่าอเมริกา โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ทุนใหญ่ของจีน 1 ใน 3 อยู่ที่ประเทศไทย หากจีนกับอเมริกามีปัญหามากขึ้น จีนอาจจะมีการย้ายฐานการผลิตบางส่วนที่อเมริกามาอยู่ที่ไทยก็ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศไทยมากขึ้น สิ่งสำคัญ สภาฯ จะผลักดันให้มีการปรับเพิ่มอัตราเงินทดแทนว่างงานทุกกรณีต้องจ่าย 75%ของค่าจ้าง

อนึ่ง ปัจจุบันการจ่ายเงินกรณีว่างงาน จะแบ่งเป็น 1.กรณีถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน  2.กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน ลูกจ้างได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน 30% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และ3.กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย  ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและถึงขนาดผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติได้รับเงินทดแทน ลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน

สิทธิลากิจธุระอันจำเป็นตามร่างกฎหมายฉบับใหม่?

 สิทธิลากิจธุระอันจำเป็นตามร่างกฎหมายฉบับใหม่?

สิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นของลูกจ้างเป็นสิทธิได้หยุดงานประเภท "วันลา"
 มิใช่ "วันหยุด"  ลูกจ้างจะใช้สิทธิได้ก็ต่อเมื่อเข้า"เงื่อนไข"การใช้สิทธิลาตามที่กฎหมายและตามที่นายจ้างลูกจ้างกำหนด นายจ้างจึงจะมี"หน้าที่"ดำเนินการใช้การใช้สิทธิของลูกจ้างมีผลในทางปฎืบัติ
 
ในทางปฏืบัติมีปัญหาอย่างน้อย 2 ประการ
1.กรณีนายจ้างมิได้กำหนดให้มีข้อบังคับการทำงาน อาจทำให้ลูกจ้างที่ทำงานในกิจการขนาดเล็กที่กฎหมายมิได้บังคับให้มีข้อบังคับฯ อาจจะไม่ได้มีสิทธิลากิจ 
 
2. ลูกจ้างรายวัน หรือระหว่างทดลองงานอาจไม่มีสิทธิลากิจ โดยได้รับค่าจ้างระหว่างลาเพราะในทางปฎืบัตินายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างรายเดือน หรือผ่านการทดลองงานแล้วที่จะมีสิทธืลากิจ
 
ด้วยเหตุดังกล่าวร่างพรบ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ ที่ผ่านสนช.วาระที่ 1 เมื่อ 20 ก.ย.2561 จึงมีการแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลากิจธุระอันจำเป็นโดยได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 3 วันต่อปี 
 (แก้ไขม.34 และเพิ่มม.57/1) แสดงว่าจะกำหนดวันลามากกว่า 3 วัน ก็ได้
ผลการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว หากกฎหมายผ่านสนช.ประกาศใช้บังคับ ย่อมมีผลให้นายจ้างต้องกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธืลากิจโดยได้รับค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะกำหนดไว้ในข้อบังคับหรือประกาศตางหากก็ได้ หรือแม้ไม่ประกาศกำหนดไว้ลูกจ้างทุกประเภทไม่ว่าลูกจ้างรายวัน รายเดือน หรืออยู่ ระหว่างทดลองงาน ลูกจ้างคนไทยหรือต่างด้าว มีสิทธิลากิจได้โดยผลของกฎหมาย
ส่วนวันลากิจธุระอันจำเป็น จะมีกิจธุระประเภทใดบ้าง อันใหนจำเป็น ไม่จำเป็น  มีเงื่อนไขการลากิจอย่างไร วิธิปฏืบัติในการลา หรือจะกำหนดวันลากิจตามสัดส่วนปีที่ทำงาน อย่างไน  ในส่วนนี้ นายจ้าง ลูกจ้าง สหภาพแรงงานต้องไปกำหนดหรือตกลงกันเอง กฎหมายมิได้กำหนดไว้ เพราะเป็นรายละเอียดหยุมหยิมเกินความจำเป็นที่จะไปกะเกณฑ์บังคับควบคุม
 
อนึ่ง กรณีที่นายจ้างกำหนดสิทธิลากิจที่มี
มาตรฐาสูงกว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไว้เเล้ว เช่น 
ให้สิทธิลูกลากิจปีละ 5 วันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง นายจ้างก็ต้องให้สิทธิลูกจ้างลาตามเดิม มิใช่ไปแก้ไขเปลี่ยรแปลงโดยลดวันลากิจ
เหลือ 3 วัน
 
นอกจากนี้สิทธิการลากิจ กฎหมายมิได้บังคับให้นายจ้างละสมไปหยุดในปีต่อๆไป หรือต้องชดเชยเป็นเงืนค่าจ้างเช่นวันหยุด เช่น วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันหยุดตามประเพณี 
 
กระนั้นก็ดี นายจ้างจะตกลงให้สะสมไปลากิจในปีต่อๆไปก็น่าจะทำได้เพราะเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง แต่เท่าที่รู้ยังไม่เห็นนายจ้างรายใดทำแบบนี้เลย
เกษียณอายุแล้วจ้างทำงานต่อแบบใดบ้าง?

ายจ้างให้ลูกจ้างเกษียณอายุตาม

ข้อตกลง ข้อบังคับฯ และจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างแล้ว สามารถจ้างให้ทำงานต่อไปโดย

1.จ้างกันเป็นจ้างแรงงาน ในตำแหน่ง หน้าที่เดิม หรือหน้าที่ใหม่ เงินเดือน ค่าจ้างเท่าเดิม หรือตกลงเงินเดือนใหม่ จะจ้าง มีกำหนดเวลา หรือไม่มีกำหนดเวลา ก็ได้ ตกลงสวัสดิการต่างๆ ใหม่ก็ได้

2.จ้างกันเป็นจ้างทำของ เช่น จ้างเป็นที่ปรึกษา ทำงานถือเอาผลสำเร็จของงานเป็น
หลัก ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับ กฎระเบียบของบริษัท  จะทำงานเวลาใด สัปดาห์ละกี่วัน ก็ได้ ค่าตอบแทน ค่าจ้าง ผลประโยชน์อื่นๆจะตกลงเเบบใดก็ได้
หน้า 1/40
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40  [ถัดไป]
[Go to top]



dot
เกี่ยวกับ สพท.
dot
bulletประวัติความเป็นมา
bulletวิสัยทัศน์
bulletนโยบาย
bulletคณะกรรมการบริหาร
bulletคณะที่ปรึกษา
bulletเจ้าหน้าที่สภาฯ
dot
ทั่วไป
dot
bulletกฎหมาย
bulletค่าจ้างขั้นต่ำ
bulletกิจกรรมสภาฯ
bulletกิจกรรมสภาพแรงงาน
bulletปรึกษาคดีแรงงาน
bulletถาม - ตอบ
bulletสรุปสาระสำัคัญเปรียบเทียบพรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 กับร่างพรบ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ....(ฉบับผู้ใช้แรงงาน)
bulletข้อเสนอ พ.ร.บ.ประกันสังคม ฯ มาตรา 8


กระทรวงแรงงาน
ฐานเศรษฐกิจ
ข่าวสด
ค้นหา


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย
เลขที่ 25/59 ซ.วิภาวิลล์แมนชั่น ถ.สุขุมวิท
ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270
โทร.02-7552165 โทรสาร 02-7565346 กด 0
Email : ctl_manas@hotmail.com
http://www.ctl.or.th